twitter
    Find out what I'm doing, Follow Me :)

กลับสู่ภาวะปกติ

ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา นับดูก็คือ 4 วันที่แล้ว ได้ร่วมแข่งขันแบดมินตันกระชับมิตรกับคอร์ดข้างเคียง ผลส่วนตัว 2 คู่ เสมอทั้ง 2 คู่ ทั้งๆที่มีโอกาสชนะ แต่ก็เหมือนเกร็งๆ เล่นไม่ค่อยได้ดีเหมือนเวลาปกติ เลยผลออกมาอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม ฝั่งตรงข้ามก็ดูจะมีอาการเช่นเดียวกัน


หลังการแข่งขัน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีดีมากกว่าเสีย อารมณ์อันมั่นคงก็หายไปกับสายลม ..... เล่นต่อศัพท์ กับเกมออนไลน์ นอนดึก ตื่นสาย ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ทั้งเสาร์และอาทิตย์ ส่วนวันจันทร์และอังคาร แม้จะทำงานในเวลาตามปกติ แต่ก็ไม่ค่อยสดชื่นเท่าไร


จนกระทั่งวันนี้ถึงหยุดกิจกรรมไร้สาระที่มากเกินไปไว้ได้ เวลาบางส่วนใน 4 วันถึงแม้ว่าน่าเสียดาย แต่สิ่งที่เราจัดการได้ และควรใส่ใจก็คือ ปัจจุบัน ดังนั้นวันนี้จึงเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ระดมความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาตน ทั้งทางด้านจิตใจ และเกี่ยวเนื่องไปจนทุกๆเรื่องรวมถึงคนรอบข้าง และคนในสังคม


ด้านหลักการและวิธีการพัฒนานั้นมีให้ศึกษาและเรียนรู้จากหลากหลายแหล่ง รวบรวมตั้งแต่เก่าแก่เป็นพันปี จนถึงหนังสือที่เขียนกันออกมาแทบทุกวัน ทั้งปรัชญาตะวันออก ตะวันตก เก่า กลาง ใหม่ ซึงควรแก่การรับเอามาวิเคราะห์และเป็นแนวทาง ทั้งนี้มีความจำเป็นต้องปรับวิธีการให้สนับสนุนและสอดคล้องกับยุคสมัยและ สภาวะ สภาพ ทั้งภายในและภายนอกของแต่ละบุคคล แต่ละสถานที่ แต่ละสังคม


มีหลากหลายประเด็นที่เกี่ยวเนื่องต่อกันไป ซึ่งผมไม่สนใจ และไม่มีความสามารถพอจะกล่าวถึง ส่วนประเด็นที่ผมใคร่จะกล่าวก็คือ เรื่องการประยุกต์เทคโนโลยีการคอมพิวเตอร์และการสื่อสารมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยตามหัวข้อนี้ก็จะอยู่เฉพาะในกรอบการพัฒนาตนเอง


เหมือนกับ +/- ซ้าย/ขวา ดี/ชั่ว ขึ้น/ลง ..... สิ่งที่มีผลต่อการพัฒนาตนนั้นก็มี ส่งเสริม กับ ฉุดรั้ง



































ส่งเสริมฉุดรั้ง
บุคคลกัลยาณมิตร, ผู้ร่วมออกกำลังกาย หรือชักชวนทำกิจกรรมเป็นประโยชน์ ผู้ให้คำปรึกษา ผู้ช่วยคลายเหงาผู้ชี้ทางผิด หรือผู้ร่วมกระทำผิด หรือผู้ร่วมเสพอบาย
ปรากฏการณ์ธรรมชาติอากาศดี เงียบสงบ หรือดนตรีไพเราะ แสงเหมาะสมกับกิจกรรมตรงข้าม
สภาพเศรษฐกิจดี รู้สึกมั่นคง จิตใจปลอดโปร่งไม่ดี ไม่มั่นคง เครียด
ตนเองใจเข้มแข็ง มีสติ สุขภาพกายดี สมองดี เรียนรู้ได้ใจอ่อนแอ ขาดสติ สุขภาพไม่แข็งแรง สมองช้า เข้าใจยาก
...etc...etc...etc

ทุกๆสิ่งล้วนมีเหตุและปัจจัย ซึ่งอธิบายด้วยอิธิปัจจยตา ดังนั้นผู้ที่ระลึกรู้ในหลักการนี้ ร่วมกับการวิเคราะห์และตัดสินใจกระทำสิ่งที่สอดคล้อง โดยสร้างแต่ปัจจัยในด้านส่งเสริม จึงจะสามารถพัฒนาและดำรงตนไม่ให้ตกต่ำได้ (ไม่พ้นอนิจจัง)


คราวนี้เราจะรู้แน่ชัดได้อย่างไรว่า อย่างไหนส่งเสริม อย่างไหนฉุดรั้ง เพราะว่าแต่ละผลที่เกิด มาจากเหตุร้อยพันประชุมกัน ซึ่งเรื่องนี้ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่พอจะอาศัยวุฒิภาวะของแต่ละคน ตัดสินกันเอาเองตามแต่ใจ อาจจะคิดเหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้าง แต่หากอยู่พื้นฐานแห่งความไม่เบียดเบียนกัน ความพอดีแก่ตน อิทธิบาทสี่ อิธิปัจจยตา อนิจจัง หรือ ......... ลืมที่พูดมาทั้งหมด แล้วยึดหลัก รักในเพื่อนมนุษย์ทั้งมวล หลักเดียวก็ได้ ดังนี้แล้วสิ่งที่เลือกปฏิบัติ ก็ไม่น่าจะหนีความเป็นเหตุในด้านส่งเสริมมากนัก สรุปสั้นๆคำเดียวว่า 'วุฒิภาวะ'


ประเด็นต่อเนื่องมาคือ ปัญหาใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง และเป็นเรื่องสำคัญมากคือ สิ่งที่วิเคราะห์ว่าควรปฏิบัติกับสิ่งที่ปฏิบัติ ไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป และเป็นเช่นนี้อยู่มาก เพราะสิ่งที่เป็นเหตุแห่งการปฏิบัติของคนนั้น ยังมีตัวการตัวใหญ่คืออารมณ์ ซึ่งทำให้เกิดการทำไปตาม 'ความรู้สึก' ตัวอารมณ์นี้ถูกควบคุมไว้ได้ด้วยสติ สติที่ฝึกดีแล้วจะคอยควบคุมอารมณ์ไว้ แต่สติที่ฝึกยังไม่ดีพอนั้นก็มีโอกาสโดดงานอยู่เรื่อยๆ แล้วแต่ว่าฝึกดีมากน้อยแค่ไหน


สติ สมาธิ ปัญญา ใครอยากฝึกก็คงหาหนทางหรือผู้แนะฝึกกันไป แต่จะดีแค่ไหนถ้าอารมณ์ มี 'ความรู้สึก' ฝักใฝ่ในด้านดีด้วย แม้สติไม่อยู่ ????????


เรื่องนี้ยังต้องคิดต่อ แต่เพื่อให้เข้าใจถึงเรื่องอารมณ์ที่กล่าวถึงในที่นี้ จะขออธิบายว่า มันคือความรู้สึกของเราว่าเป็นเช่นนั้น ซึ่งต่างจากความรู้เฉยๆ เราอาจมีความรู้และความรู้สึกดังนี้ดังนี้คือ



  1. ความรู้



    1. รู้ว่าการพนันเป็นสิ่งไม่ดี

    2. รู้ว่าการเล่นการพนันมากๆมักนำมาซึ่งหายนะ



  2. ความรู้สึก



    1. รู้สึกว่าการพนันมันสนุกดี

    2. รู้สึกว่าการเล่นการพนันมากๆมักนำมาซึ่งหายนะ




ดังนั้นเมื่อสติอยู่เราจะทำตามความรู้ข้อ 1.1 คือไม่เล่นการพนัน แต่เมื่อสติไม่อยู่เราจะทำตามความรู้สึกข้อ 2.1 คือเล่นการพนัน พอเล่นมากเข้า เราก็จะทำตามข้อ 2.2 คือเลิกเล่น แต่เรามีความรู้และความรู้สึกต่างไปจากนี้ เป็น



  1. ความรู้



    1. รู้ว่าการพนันเป็นสิ่งไม่ดี

    2. รู้ว่าการเล่นการพนันมากๆมักนำมาซึ่งหายนะ



  2. ความรู้สึก



    1. รู้สึกว่าการพนันมันสนุกดี

    2. รู้สึกว่าการเล่นการพนันเสียมากๆต้องเล่นต่อไปเพื่อเอาคืนที่เสียไป




จะเกิดอะไรขึ้น? ยามที่ปุถุชนยังไม่อาจพึ่งสติของตนได้ตลอดเหมือนผู้ที่ฝึกดีแล้ว การสอนตัวเองให้รู้สึกใฝ่ดี หรือเรียกว่าสร้างสันดานที่ดี จึงเป็นเรื่องที่ควรกระทำ


เราจะมีเครื่องมือที่เป็นรูปธรรมสำหรับฝึกสันดานเราได้อย่างไร ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างไร?



สันดานเริ่มต้นจากการรับรู้ เห็นด้วย และพึงใจในหลักการ วิธีคิด หรือข้อสรุปนั้นๆ และกระบวนการนี้เกิดขึ้นซ้ำๆมากครั้งพอที่จะฝังลงไปในจิตสำนึก หรือถึงใต้สำนึก ซึ่งจะว่าไปก็มีรายละเอียดคล้ายๆการฝึกอุปนิสัยในเด็ก ที่ต้องมีกระบวนการสร้างความสนใจ การชักจูง การประเมิน การให้รางวัล การลงโทษ ซึ่งมีสื่อการเรียนรู้และอุปกรณ์ประกอบในกระบวนการมากมาย สำหรับการฝึกสันดานทั้งเด็กและผู้ใหญ่น่าจะมีทั้งส่วนที่เหมือนกันและส่วนที่ต่างกันผสมอยู่


ในเด็ก ผู้ดำเนินการในขั้นตอนต่างๆคือ พ่อแม่ ผู้ดูแล และครู แต่ผู้ใหญ่แทบไม่มีสิ่งที่ว่านี้ จะดีแค่ไหนถ้ามี application ที่ วิเคราะห์ประเมินผลการปฏิบัติของเรา ให้รางวัลและโทษเป็นผลจากการทดลองปฏิบัติจริง และชักจูงด้วยผลวิเคราะห์แนวโน้มที่แสดงในรูปของกราฟตัวเลขที่เป็นรูปธรรม?


ถ้า application อย่างที่ว่าจะถูกสร้างขึ้นมา ผู้สร้างควรมีความรู้และทักษะด้านใดบ้าง?

0 comments: