คัดลอกจาก Thailand Crossword Club
บทนำ
หากเป็นวันก่อน วันที่ยังไม่ถึงการแข่งขันชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 7 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนตุลาคม 2546 ที่ผ่านมาแล้ว จะเป็นวันไหน ๆ ก็แล้วแต่ ถ้าพูดไปว่าคนไทย พูดไทย จะได้เป็นแชมป์โลกครอสเวิร์ดเกม การแข่งขันต่อศัพท์ภาษาอังกฤษ แล้วละก้อ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน กับคนใดชาติใดในโลกนี้แล้ว เขาคงว่าเรื่องนี้คงเป็นจริงได้เพียงในเรื่องเล่าเคล้านิทาน หรือประกอบในภาพยนตร์เท่านั้นแหละ ใครจะนึกได้ว่า 18 ปี ที่แล้ว ก็ราวปี 2529 ที่การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งแรกถูกจัดขึ้น แบบค้านสายตาผู้ชำนาญการตลาด ไม่มีใครเชื่อหรอก ว่าจะมีใครมาสนใจนั่งเล่นกันมากมายแบบสะใจท่านผู้ชมให้เห็นดังเช่นปัจจุบัน ก็ใครจะไปเชื่อว่าของที่ดูเหมือนเข้าใจยากจะมาออกลีลาเร้าใจท่านผู้ชม จนมีคนมาร่วมวงมากมายอย่างนี้ แต่นั่นยังไม่มากเท่ากับที่จะต้องเชื่อว่า 18 ปีให้หลัง คนไทยกลายเป็นแชมป์โลกต่อศัพท์ภาษาอังกฤษไปซะแล้ว ทำให้เราคนไทยเดินทางไปที่ไหนในโลกใบนี้ จะคุยกับคนชาติใดๆ ในเรื่องเกมนี้แล้วละก็ ท่านสามารถจะเบ่งอกยกคอเสื้อ แล้วพูดภาษาอังกฤษปนสำเนียงไทยไปได้เลยว่า Thailand is the best ..ใครจะไปเชื่อในตอนนั้นอีกว่า 18 ปี ที่เพิ่งเริ่มต้นการแข่งขันครอสเวิร์ดเกมในประเทศไทย เป็นปีเดียวกับ ภาณุพล สัจยากร เพิ่งลืมตาดูโลกพอดี แต่วันนี้เขากลายเป็นแชมป์โลก เป็นคนแรกของไทย ของเอเชีย และคนที่ 7 ของโลก เป็นแบบที่ใครๆเขาบันทึกไว้ว่านี่คือ ปาฏิหาริย์ !!
บทที่ 1.. ปูมหลังเกมกีฬาและการแข่งขัน
ย้อนหลังกันยาวๆราวกว่า 50 ปี ที่เกมนี้เพิ่งเกิดโดย มร.อัลเฟรด บัทท์ สถาปนิกชาวอเมริกัน แต่กว่าจะเป็นเรื่องเป็นราว มาเป็นการจัดแข่งขันได้ก็ไม่เลย 20 ปีสักเท่าไหร่ แก่กว่าที่ไทยเรานิด ๆ ชนิดมีชื่อเรียกต่างกัน แบบว่า Football กับ Soccer ทำนองนั้น ถามว่าที่ไทยเราจัดชิงแชมป์ประเทศไทยครั้งแรกนั้น รู้ไหมว่ามีชาติไหนแห่งใดจัดแข่งขันชิงแชมป์กันบ้าง คำตอบก็ขอบอกว่าไทยเราไม่รู้ เราจัดแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ แต่พอสามสี่ปีผ่านไป เรื่องราวก็สื่อสารกันไปสไตล์หนังฮอลี่วู๊ด ทำให้รู้เขารู้เรา มีแข่งขันทั้งอเมริกา และอังกฤษ จากนั้นก็เริ่มมีการเดินทางไปเปิดโลก เขาส่งแข่งที่เรา เราส่งไปแข่งที่เขา จนในที่สุด การแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งแรกเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2534 แบบตามใจเขา ไทยเราก็เลยไม่ได้เข้าร่วม แต่พอปีที่สองเราก็ก้าวสู่เวทีโลกเป็นครั้งแรก ผลออกมาแม้จะไม่เท่ห์ แต่ก็ไม่ถึงขี้เหร่ ประมาณอันดับสักยี่สิบกว่าจากนักกีฬาราวหนึ่งร้อย การแข่งขันชิงแชมป์โลกสองปีมีครั้งก็จัดกันไปวนเวียนไปอังกฤษที อเมริกาที เช่นเดียวกับแชมป์ที่จะหนแต่อังกฤษ อเมริกาหรือแคนาดา เท่านั้น มีครั้งที่ 5 โยกเปลี่ยนบรรยากาศมาจัดกันที่ออสเตรเลีย ก่อนที่ครั้งที่ 7 จะย้ายมาจัดในเอเชีย ประเทศมาเลเซียเป็นครั้งแรก ในวันที่ 21-24 ตุลาคม 2546 .. ประวัติศาสตร์การแข่งขันถูกบันทึกกันไปไม่ว่าจะกี่ครั้ง ก็ไม่เคยปรากฏพบว่านักกีฬาต่อศัพท์ชาติใดในเอเชียจะเข้าไปติดทำเนียบท๊อปเท็นสำเร็จได้ซะที แม้นักกีฬาไทยดูเหมือนจะได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดในเอเชีย ก็เพราะเริ่มต้นจัดแข่งมาก่อนเพื่อนบ้าน แต่ยังทำได้เพียงแค่เฉียดเป็นบางช่วง ได้ลุ้นต้นหล่นปลาย หงายท้องไปซะทุกที เจ็บใจก็ทำอะไรไม่ได้ เสียเปรียบทุกประตู ภาษาเขาก็เรื่องหนึ่ง ยังมีการรวมพจนานุกรมสองเล่ม อเมริกา อังกฤษ (ไทยเราใช้เพียงเล่มเดียวของอเมริกาเป็นหลัก) ใช้ในการแข่งขันชิงแชมป์โลก จำนวนนักกีฬาที่ส่งลงสนามก็ได้น้อยกว่า หาว่าเราไม่เก่งไม่เจ๋ง เอาเปรียบไปประมาณคัดบอลโลกอย่างนั้น (อ่านต่อ ตอนที่ 2)
บทที่ 2 สามเกลอ ตะลุยแดนเสือเหลือง
ก็ไม่รู้ว่าใครที่ไหน ในเวลานั้น ดันขี่เมฆ นั่งเทียนเขียนเอาซะดื้อๆว่า ประเทศนั้นประเทศนี้ควรจะได้ที่นั่งแข่งขันสักกี่คนถึงจะเหมาะ เมื่อเริ่มการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งที่ 1 ราว14 ปีที่แล้ว ก็เลยเป็นว่าพวกมากอย่างอังกฤษ อเมริกา ก็เลยเหมาเอาจำนวนตัวแทนนักกีฬาเขาควรจะมีมากกว่าประเทศอื่นๆ โดยหาเหตุว่าเก่งกว่านี่ ทำเอาอีกหลายสิบชาติที่เหลือได้แต่จำยอมแบบงงๆ พอพวกมากโอกาสแชมป์ก็มากตามประสาความน่าจะเป็น ปีเตอร์ มอริส ของอเมริกา กลายเป็นแชมป์โลกคนแรก จากนั้นก็สลับกันจัดที่อังกฤษ อเมริกา ..เหตุการณ์ก็ผ่านไปราวโกหก 13 ปีต่อมา การแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งที่ 7 ได้มาจัดที่ประเทศในเอเชียเป็นครั้งแรก มาเลเซีย ดินแดนที่รู้จักในสังเวียนลูกหนังว่าป็นเสือเหลือง มาเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือจัดที่ใด นักกีฬาในเอเชียก็ยังคงถูกมองเป็นไม้ประดับ จำนวนนักกีฬาแต่ละประเทศยังคงไม่สองก็สามคน ทำให้สถิติถูกบอกไว้ว่ายังไม่เอเชียคนไหนติดท๊อปเท็นได้ ขณะที่ประเทศไทยถือว่าดีที่สุดในเอเชีย จากผลงานแชมป์เอเชียแปซิฟิค ก็ยังได้เพียงสามคน จากนักกีฬาร่วมร้อยคน ราว 42 ชาติ .. ภาณุพล สัจยากร นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ วัย 18 ปี ปกรณ์ เนมิตรมานสุข สถาปนิกหนุ่มวัย 27 ปี และโกมล ปัญญาโสภณเลิศ นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ จุฬา วัย 18 ปี ได้เป็นสามนักกีฬาตัวแทนประเทศไทยด้วยผลจากการคว้าแชมป์สามรายการใหญ่ในประเทศไทย และน่าจะเป็นนักกีฬาที่อายุน้อยที่สุดในการแข่งขันหากไม่นับนักกีฬามาเลเซียหนึ่งคนอายุ 17 ปี ที่ลงแข่งด้วยสิทธิพิเศษ
กำหนดการเดินทางของสามนักต่อศัพท์หนุ่มชาวไทยด้วยสายการบินไทยแบบจ่ายเต็มๆ เดินทางไปถึงมาเลเซียก่อนถึงสามวัน เพื่อลงแข่งขันอุ่นเครื่องก่อน ที่สนามบินในวันเดินทาง ท่าทีแต่ละคนยังคนหมกมุ่นกับการท่องศัพท์แบบสู้ตาย พวกกระดาษคำศัพท์หนาเป็นตั้งอ่านกันไปมา มร.ครอสเวิร์ดเองก็ยังไม่คิดว่าแต่ละคนจะตั้งใจและสู้สุดตัวแบบนี้ จนไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเวลาสอบจะท่องกันหนักขนาดนี้หรือเปล่า การเดินทางผ่านไปอย่างราบรื่นโดยนอกจากนักกีฬาสามคนแล้ว ยังมี ภราดาอรุณ เมธเศรษฐ เดินทางไปในฐานะผู้ฝึกสอน รุ่งโรจน์ หรินทร์วรรบ เป็นผู้ช่วย รวี จรดล เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม และอำนวย พลอยแสงงาม เป็นผู้จัดการทีม พอถึงมาเลเซีย ก่อนจะเริ่มการแข่งขันอุ่นเครื่อง ก็เริ่มสังเกตุได้ถึงความไม่พร้อมหลายๆประการของเจ้าภาพ ไม่ว่าจะเปลี่ยนสถานที่แข่ง ห้องพัก ฯลฯ แต่พอถึงงานเลี้ยง หลายๆคนก็ลืมความบกพร่องไปเมื่อสัมผัสกับอาหารและการแสดงที่เจ้าภาพจัดบริการกันอย่างเต็มที่ ก็อย่างเคยที่คนคุ้นหน้าคุ้นตาจะทักทายกันตามประสา นักเล่นศัพท์มากมายที่มีลีลาท่าทางแปลกและไม่แปลกต่างก็เดินทางเฉี่ยวไปโฉบมา Say Hi! ขณะที่หลายๆคนก็เริ่มจับตามองมาที่นักกีฬาไทยที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตาท่องตำรากันนัวเนีย คงไม่น้อยที่อดสงสัยไม่ได้ว่าตูมาผิดที่หรือเปล่าฟะ สนามแข่งหรือสนามสอบกันแน่ ทำไมนักกีฬาจากไทยแลนด์ถึงเอาแต่อ่านอะไรก็ไม่รู้ จะเป็นตำราศัพท์ทีเด็ดก็ไม่น่าจะใช่ หรือว่าจะเป็นตำราดูฤกษ์ดูดวงก่อนลงสนาม เคยได้ยินกันมาว่า นักกีฬาหลายๆคนต่างมีคาถา มีความเชื่อที่ต่างกันออกไป บ้างก็ใส่เสื้อตัวนี้แข่งจะโชคดี บ้างก็มีปากกาเขียนแต้มแบบพลิกหลายตลบ ถ้ามีแต้มตาม บางคนหนักกว่านั้น จับตัวเบี้ยใช้มือซ้าย หรือจะหยิบทีละตัวเท่านั้น แต่ที่เห็นร้ายสุดๆ ท่าจะเป็นพวกหลับตาท่องคาถาแถมบ่มพึมพำขณะหยิบเบี้ย ที่ทำเอาคู่แข่งขวัญกระเจิงก่อนแข่งได้เลยนั่น ส่วนทีมไทยเราจะมีอะไรพกมาไว้บ้างก็ไม่ปรากฎชัด แต่ที่แน่ๆ และเป็นที่แซวกัน ก็เห็นว่าบางคนที่มาช้า ก็แวะซื้อฮู้ เฮงๆ เก่งจับตัว Blank มาพกไว้ให้อุ่นใจซะหน่อย ..
บทที่ 3 เปิดฉากดวลศัพท์ ทีมไทยแรงฤทธิ์
หลังจากที่งานเลี้ยงต้อนรับสุดยอดนักต่อศัพท์ระดับโลกกว่า 40 ชาติราว 100 คน ผ่านไป บรรยากาศความคึกคักเฮฮาจากงานเลี้ยง เริ่มเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบ แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของตัวอักษร คำศัพท์ กับตารางคะแนนที่บรรดานักต่อศัพท์จำนวนไม่น้อยเริ่มออกล่าหาคู่แข่งมาประลองฝีมือหยั่งเชิงกันในบริเวณ Lobby ของโรงแรม เซียนๆทั้งหลายก็เดินซุ่มไปมองกระดานโน้นทีนี้ที แล้วก็พูดซุบซิบกันไปมา บ้างก็กางตำราพจนานุกรมหาศัพท์ว่าตัวนั้นตัวนี้มีด้วยหรือฟะ ก็ว่าท่องมาทั้งเล่มครบหลายรอบแล้วนี่นา ไหงยังหลุดมาได้อีกแฮะ.. ขณะที่นักกีฬาไทยทั้ง ภาณุพล สัจยากร ปกรณ์ เนมิตรมานสุข และโกมล ปัญญาโสภณเลิศ รวมผู้ฝึกสอน ผู้จัดการทีม ต่างก็เดินทางไปสัมผัสบรรยากาศ และชมความงามยามค่ำคืนของเมืองกัวลาลัมเปอร์ โดยเฉพาะตึกแฝดที่สูงระฟ้า ซึ่งก็เป็นธรรมเนียมที่นักกีฬาครอสเวิร์ดจำนวนไม่น้อยใช้การแข่งขันที่ต่างประเทศ รวมเข้ากับโปรแกรมท่องเที่ยวผจญภัยไปยังสถานที่ต่างๆทั่วโลก เรียกว่าสนุกกับเกม สนุกกับการเดินทางท่องเที่ยวไปด้วย สร้างสีสันให้กับชีวิต .. กัวลาลัมเปอร์แม้จะถูกมองว่ามีความเจริญกว่ากรุงเทพบ้านเราอยู่ แต่ก็ไม่มากนัก ยังมีปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันให้ปวดหัวกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนมาเลเซียเอง จะข้ามถนนแต่ละทีก็ดูจะไม่มีระเบียบเท่าไหร่แถมยังมีอันตรายในหลายจุด แท็กซี่ก็หายากในหลายๆจุด หลายเวลา หากเปรียบเทียบกับบ้านเรา ส่วนอาหารการกินอยู่ในเกณฑ์พอใช้ เมื่อเปรียบเทียบกับราคา ขณะที่รถราก็ติดบ้างไม่ติดบ้าง ดีกว่าบ้านเราแหงๆในเรื่องนี้ แต่มองแบบภาพรวมไม่คิดอะไรมากเกินไปแล้ว เมืองกัลลาลัมเปอร์ก็งดงามไม่เบา และมีความปลอดภัยสูงทีเดียว .. พอจบจากการพักผ่อนชมเมือง สามนักต่อศัพท์ไทยก็ขึ้นห้องเก็บตัว เปิดสมองท่องศัพท์ก็ยกใหญ่อีกครั้ง เป็นการฟิตศัพท์อัดเข้าสู่กระบวนความบันทึกในความทรงจำแบบเต็มๆ ที่น่าชมเชยในการทำหน้าที่ตัวแทนคนไทยในครั้งนี้เสียจริง หากใครเป็นคนนอกวงการคงไม่รู้ว่าจะเป็นท่องอย่างไร ก็ขอบอกกันไว้ตรงนี้ว่า คำศัพท์ที่ท่องกันจะเป็นคำศัพท์ที่กระจายเป็นตัวอักษรเรียงกันตั้งแต่ 7-8 ตัวอักษร แล้วบอกให้รู้ว่าเป็นคำอะไร ให้ผู้ท่องลองคิดว่าเป็นคำอะไร หากคิดไม่ออกก็จะมีเฉลยคำให้เห็น โดยจะเรียงตามความน่าจะเป็นที่เกิดของตัวอักษรให้อีกด้วย เบ็ดเสร็จคงท่องกันนับพันนับหมื่นคำเลยทีเดียว เพื่อจะให้เพียงพอต่อศึกครั้งใหญ่ ในวันรุ่ง ของการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งที่ 7
เสียงปี่แตรดัง เสียงระฆังกังวาล ศึกครั้งใหญ่สุดยอดการประจัญบานควานหาคำศัพท์มาต่อสู้กำลังเปิดฉากขึ้น ขุนพลนักเล่นศัพท์ของอเมริกา นำโดย เจมส์ เครมเมอร์ จิม เกียรี่ อังกฤษ นำโดย มาร์ค ไนแมน อดีตแชมป์โลกที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนการแข่งขันว่าหากดูนักกีฬาจากชาติเอเชียแล้วเขายกให้ไทยมีโอกาสมากที่สุด อังกฤษยังมี แอนดรู เพอร์รี่ อลัน เซาดานา ฯลฯ และ แคนาดามี เดวิด บอย และโจเอล แวปนิค สองอดีตแชมป์โลก เฉพาะสามประเทศนี้ก็รวมกันกว่ายี่สิบคน ต่างเดินเชิดสมเป็นเต็งหนึ่ง และกลุ่มท๊อปเท็นของรายการอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อย้อนไปดูสถิติหกครั้งที่ผ่านมา ก็มีแต่สามชาตินี้ได้แชมป์และแทบจะหานักกีฬาจากชาติอื่นๆแทรกไปติดในท๊อปเท็นได้เลย จนถือกันไว้ว่าหากสักวันมีใครจากชาติอื่นๆโดยเฉพาะเอเชียเบียดลงไปได้เมื่อไหร่ ยิ่งหากเป็นตำแหน่งแชมป์โลกแล้ว เมื่อนั้นเราจะเรียกกันว่า "ปาฏิหาริย์" การแข่งขันจะประกบคู่แบบจับสลากในเกมแรก จากนั้นเป็นระบบสวิสต์แพริ่งแบบมาเลเซีย สามนักต่อศัพท์ไทยพบกับคู่แข่งในเกมแรก ภาณุพล พบกับฟิลิปปินส์ คาปูโล การแข่งขันวันแรก 8 เกม จากทั้งหมด 24 เกม เอาสองคนที่มีผลแข่งดีที่สุดเข้าชิงชนะเลิศ .. เกมเปิดฉากขึ้น นักกีฬาไทยทั้งสามคมเริ่มต้นช่วงแรกอย่างคึกคักราวกับขุนศึกออกรบ ท่ามกลางเหล่าฝรั่งมุงดูผลที่ผ่านไปแต่ละเกม บรรดาผู้ชนะรวดยังเกาะกลุ่มกันหลายๆคน โดยมากก็เป็นตามคาดที่เห็นชื่อของเซียนศัพท์แดนอินทรีย์อเมริกา กับสิงโต อังกฤษ และแคนาดา สายตาแต่ละคู่เริ่มออกเสียงสำเนียงอังกฤษแบบแปลกๆ เพราะรายชื่อของนักกีฬาไทยเริ่มอยู่ช่วงบนของตาราง เป็นที่รู้กันเพราะชื่อสกุลของคนไทยนั้นพอเขียนเป็นภาษาอังกฤษจะยาวสุดๆเมื่อเทียบกันชาติอื่นๆ และเมื่อเกมผ่านไปถึงช่วงเย็น เกมที่ 6 , 7 และ 8 เกมสุดท้ายของวัน ชื่อของภาณุพล สัจยากร เป็นคนเดียวที่หลงเหลืออยู่โดยปราศจากการพ่ายแพ้ เขาชนะรวด 8 เกมของวันแรก และภาณุพลยึดตำแหน่งจ่าฝูงของการแข่งขันเมื่อจบวันแรก นับเป็นครั้งแรกของนักกีฬาไทย เอเชีย ที่ขึ้นไปยึดจ่าฝูงสำเร็จแม้จะเป็นผลแข่งขันเพียงวันแรกก็ตาม ขณะที่ทั้งปกรณ์ และโกมล ต่างก็มีผลแข่งขันในกลุ่มต้นๆเช่นกัน ชนะ 6 แพ้ 2 บรรดาเซียนศัพท์ข้างกระดานต่างสะกดผิดๆถูกสำหรับชื่อนักกีฬาไทย ส่งเสียงวิจารณ์กันลั่นสนั่นห้องแข่งว่า ภาณุพลเป็นใครจากไหน ไหงโดดมานำได้อย่างไร ..พอมีผลนำวันแรกปุ๊ป ก็ดังปั๊ป เพราะหนังสือพิมพ์ที่มาลงไปทำข่าวผลการแข่งขันในวันแรกจะมารุมสัมภาษณ์นักกีฬาที่นำ ยิ่งเป็นคนเอเชียแล้ว ยิ่งทำให้มีการประโคมข่าวกันยกใหญ่ ทำให้วันรุ่งทั้งชื่อ Panupol and Thailand ก็ปรากฎหราเป็นตัวอักษรใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์หลายๆฉบับ ที่ต่างยกย่องให้ลองมาชมการแข่งขันในวันต่อๆมาอีกถึง 16 เกม และติดตามชมเขาจะทำสำเร็จไหม .. ติดตามตอนต่อไป
บทที่ 4 .. แข่งวันที่สองท้าพิสูจน์ ไทยแลนด์แรงจริงหรือ
เช้าการแข่งขันดวลศัพท์ชิงแชมป์โลกในวันที่สองอีก 7 เกม จากการแข่งขันสามวันรวม 24 เกม ภาณุพล สัจยากร กลายเป็นชื่อที่เซียนหน้ากระดานหลายสัญชาติต่างเรียกชื่อเพี้ยนๆถูกๆผิดๆกัน แต่ที่สื่อความหมายออกมาเหมือนกันว่าหมอน่าเป็นใครเหาะมาจากไหนฟะ ฟลุ๊คหรือเปล่านี่ทำนองนั้น ยิ่งพอรู้ว่าอายุแค่ 18 ปี ก็ยิ่งสงสัยในฝีไม้ลายมือเป็นของเทียมหรือของแท้กันแน่ แต่พอบอกว่าเป็นคนไทย ที่เคยได้ชื่อว่าดีที่สุดในเอเชีย รวมทั้งผลงานในอดีตก็หวือหวาไม่เบา ทำให้เซียนเหล่านั้นยังคงเฝ้ามองด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง บ้างก็บอกว่าวันที่สองนี้คงชี้ให้เห็นว่าภาณุพลจะทนแรงเสียดทานจากบรรดาอดีตแชมป์โลกทั้งหลายโดยเฉพาะจากอังกฤษ บิงโกทอร์นาโด มาร์ค ไนแมน จากแคนาดา โจเอล แวบนิค และเดวิด บอย รวมไปถึง ทิม อดัมสัน และเจมส์ เครมเมอร์ ของอเมริกา ที่เริ่มเขยิบเข้ามาติดกลุ่มท๊อปเท็นแล้วเช่นกัน และจะเป็นคู่ต่อสู้คนสำคัญของภาณุพลในวันนี้
ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม คณะทีมนักกีฬาไทยเราต่างก็ยินดีกับข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ของมาเลเซียที่ต่างยกย่องผลงานของภาณุพลคนไทยจากผลแข่งขันในวันแรก ขณะที่ผมเองอดเสียวไม่ได้ว่าจะเป็นเช่นหลายๆครั้งที่ผ่านมาหรือเปล่า เพราะในการแข่งขันครั้งที่ 5 ที่เมลเบิน ออสเตรเลีย และ ครั้งที่ 6 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ทั้ง น.พ.จักรกริช กล้าผจญ และปกรณ์ เนมิตรมานสุข ต่างก็ทำผลงานยอดเยี่ยมในช่วงต้นก่อนเหี่ยวปลายพ่ายในที่สุด บรรยากาศการแข่งขันในวันที่สองเริ่มระอุ สีหน้าและสายตาของแต่ละคนดูเอาจริง สุดยอดนักต่อศัพท์ของโลกร่วมร้อยคนจากสี่สิบชาติ ต่างรวบรวมพลังกายและใจหมายจะคว้าชัยให้ได้กันทุกคน บ่งบอกให้เห็นความเชื่อมั่นว่าวันนี้จะต้องทำได้ดีแน่ๆ เสียงระฆังเปิดศึกยังไม่ทันดัง เสียงปี่เสียงกลองไม่มีให้ร่ายคาถา แต่สามขุนพลต่อศัพท์คนไทย ภาณุพล ปกรณ์ และโกมล แสดงความพร้อมที่โต๊ะเพื่อลงประจัญบานกับคู่แข่งแล้ว
พอเกมเริ่มในช่วงเช้าเกมที่ 9-12 ภาณุพล ยังคงออกตัวได้ยอดเยี่ยม เอาชนะสามตัวเต็งสำคัญทั้ง มาร์ค ไนแมน โจเอล แวปนิค และเดวิด บอย ขณะที่พ่ายเกมแรกต่อ นาวีน เฟอร์นาโด ของศรีลังกา ส่วนภาคบ่าย 3 เกม ภาณุพล เริ่มตกมานิด พ่ายไปอีกสองเกม ต่อ ปกรณ์ เนมิตรมานสุข ของไทยเราเอง กับ แอนดรู เพอร์รี่ ของอังกฤษที่กลายเป็นคู่แข่งที่เบียดขึ้นมาอย่างน่ากลัว แต่ภาณุพลตบท้ายเอาชนะ ทิม อดัมสัน ของอเมริกา พร้อมปิดฉากวันที่สองรวม 15 เกม ด้วยผลชนะ 12 แพ้ 3 เกม ยังคงนำเป็นอันดับที่หนึ่งอยู่ ตามติดๆด้วย แอนดรู เพอร์รี่ นาวีน เฟอร์นานโด และปกรณ์ เนมิตรมานสุข ของไทยอีกคนก็เริ่มแรงขึ้นมาเช่นกัน ผลการแข่งขันในวันที่สองแม้จะไม่ถึงยอดเยี่ยมแต่ชนะ 4 แพ้ 3 ในวันนี้ ก็ถือว่าไม่เลวเพราะคู่แข่งล้วนแต่แข็งปึ๊กทั้งนั้น และยังคงรั้งจ่าฝูงไว้ได้สำเร็จ ขณะที่มีเพียง ปกรณ์ และนาวีน เท่านั้นที่เป็นคนเอเชียสองคนที่สามารถติดอยู่ในท๊อปเท็น พร้อมจะเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศหากทีเหลืออีก 9 เกมในวันสุดท้ายภาณุพล ยังสามารถรักษาระดับนี้ไว้ได้ โดยคาดว่าหากผลแข่งในวันสุดท้ายชนะได้อีก 6 จาก 9 เกมก็น่าจะได้เข้ารอบชิงแน่ และนั่นจะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของวงการต่อศัพท์ที่คนไทย คนเอเชียคนแรกที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศการแข่งขันชิงแชมป์โลกได้ ! ขณะที่หนังสือพิมพ์มาเลเซียเริ่มมีความเชื่อมั่นนักกีฬาไทยมากขึ้น ต่างลงข่าวในเชิงตั้งความหวังไว้แก่เอเชีย ว่าไทยเราพิสูจน์แล้วว่าแจ๋วจริง เพราะเจ้าถิ่นทั้งสามคนต่างร่วงหลุดวงโคจรลุ้นแชมป์ไปเรียบร้อยแล้ว ..เสียงซุบซิบยังคงมี เกจิหัวแดงผู้มากด้วยประสบการณ์แข่งขันต่างยังไม่มั่นใจว่าไทยจะผ่านด่านสุดท้ายได้จริงหรือ หลายคนยังเชื่อมั่นอดีตแชมป์ของอังกฤษ อเมริกาจะอาศัยประสบการณ์ผ่าด่านเข้ามาได้ แถมให้โอกาสของไทยยังไม่ถึง 50 % วันสุดท้ายของการแข่งขันอีก 9 เกมกำลังจะพิสูจน์เรื่องนี้จะสมหวังเป็นจริงหรือว่า จะเป็นเพียงแค่ความหวังที่ฝันไป !! (อ่านต่อตอนต่อไป)
บทที่ 5 .. นาทีประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะ แชมป์โลกนักต่อศัพท์ภาษาอังกฤษชาวไทย (ตอนจบ)
วันสุดท้ายของการแข่งขันชิงแชมป์โลกในรอบคัดเลือกอีก 9 เกม จะครบ 24 เกม ผู้ที่มีอันดับดีที่สุดสองคนแรกจะผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ภาณุพล สัจยากร ของไทย ยังนำเป็นจ่าฝูง ชนะ 12 แพ้ 3 เกม ตามด้วยคู่แข่งคนสำคัญอย่างอดีตแชมป์โลก มาร์ค ไนแมน แอนดรู เพอรี่ แอนดรู เดวิส ของอังกฤษ เจมส์ เครมเมอร์ ทิม อดัมสัน และจิม เกียรี่ ของอเมริกา นาวีน เฟอร์นานโด ของศรีลังกา เดวิด บอย และ โจเอล แวปนิค สองอดีตแชมป์โลกจากแคนาดา รวมทั้งปกรณ์ เนมิตรมานสุข อีกคนของไทยทีมีผลแข่งประมาณ ชนะ 11 และ 10 เกม และมีโอกาสลุ้นเข้าชิงชนะเลิศได้
คณะของทีมไทยตั้งความหวังไว้ให้ไทยเราสักคนไม่ว่าจะเป็นภาณุพล ปกรณ์ หรือโกมล ปัญญาโสภณเลิศ ที่มีผลแข่งชนะ 9 เกม หลุดเข้าไปชิงชนะเลิศเป็นประวัติศาสตร์นักกีฬาไทยให้ได้ หรือหากพลาด ก็หวังว่า นาวีน เฟอร์นาโด จะทำสำเร็จให้เป็นเอเชียคนแรกก็ยังดี ตลอดคืนที่ผ่านมา ทั้งสามนักกีฬาไทยท่องศัพท์ทบทวนกันแบบเต็มสูบ ไม่น่าเชื่อว่าคำศัพท์ต่างๆที่ผ่านตาผ่านความทรงจำจะมีมากมายนับหมื่นนับแสนคำ แต่ไม่ว่าจะมากสักเท่าไหร่ บรรดานักต่อศัพท์ทั้งหลายยังรู้สึกว่าไม่เพียงพอที่จะใช้ลงสนามครั้งนี้
เกมเปิดฉากขึ้น ภาณุพล มีภาษีดีกว่าคนอื่นๆ หลังจากบรรดาเซียนข้างกระดานชี้ชัดว่าหากภาณุพล สามารถชนะได้อีก 4 หรือ 5 เกม จาก 9 เกม ก็น่าจะผ่านเข้าชิงได้อย่างสบาย เกมที่หนึ่งถึงสี่ผ่านไป ผลที่ออกมาเริ่มชี้ให้เห็นใครได้ลุ้น ใครร่วงไปบ้าง คณะนักกีฬาไทยต่างเฝ้าผลลุ้นแบบเกมต่อเกม ภาณุพล กลับมาด้วยความมั่นใจโชว์ฟอร์มได้สุดยอด ชนะรวด 4 เกม ขณะที่การสัประยุทธ์ด้วยปัญญาของนักเล่นศัพท์บันลือโลกหลายคนเริ่มหลุดไป เหลือเพียง มาร์ค ไนแมน แอนดรู เพอร์รี่ แอนดรู เดวิส เจมส์ เครมเมอร์ นาวีน เฟอร์นานโด เดวิด บอย และปกรณ์ ที่เบียดกันสุดฤทธิ์ ขณะที่โกมล ก็ยังพอลุ้นได้นิดๆ เกมที่ 5 ของการแข่งขัน หากภาณุพล ชนะได้อีกก็จะถือว่าเป็นครั้งแรกของนักกีฬาไทย และของเอเชีย ที่จะสามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้ ทั้งสำเนียงเสียง และสายตาบรรดามาเลเซียมุงทั้งหลายเริ่มทำนายทายทักกันวุ่นวายไปหมด ภาณุพล จากไทยแลนด์มาแรงเหลือเกิน ทีมจากอังกฤษที่ยังมีลุ้นทั้งสามรวมไปถึงกรรมการกลางฝรั่งชาวอังกฤษต่างแสดงสีหน้าท่าทีกระวนกระวายให้เห็น ที่ไม่รู้จะรับได้หรือเปล่าถ้าไทยหรือเอเชียจะหลุดเข้าชิงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และหากถ้าได้แชมป์โลกก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดีสำหรับเซียนเจ้าของภาษาทั้งหลาย การแข่งขันเริ่มแบ่งกองเชียร์แบ่งฝ่ายกัน เอเชีย ออสเตรเลีย กับอเมริกา ยุโรป ขณะที่คณะของไทยเราลุ้นเพียงเข้าชิงคนใดคนหนี่งหรือหากเข้าชิงกันเองได้ก็จะเป็นสุดยอดของโลกไปเลย
เกมที่ 5 ภาณุพล ดวลกับ แอนดรู เดวิส เกมเหมือนจะเป็นใจ ภาณุพล เปิดฉากบิงโกลง 7 ตัว Auditor (ผู้ตรวจสอบ) ทักทายให้แอนดรูผวาตั้งแต่เริ่ม จากนั้นเกมกลายเป็นหนังไทยแบบม้วนเดียวจบ ภาณุพล คว้าชัยแบบงดงาม 456-348 พร้อมกับการประกาศความสำเร็จให้ประวัติศาสตร์บันทึกคนไทยเข้าชิงเป็นหนแรก แม้ว่าจะเหลือเกมการแข่งขันอีกถึง 4 เกมก็ตาม การแสดงความยินดีจากนักกีฬากว่า 40 ชาติพุ่งมาตรงคณะทีมชาติไทย โดยเฉพาะภาณุพล ส่วนชาวเอเชียพลอยรู้สึกยินดีไปด้วย สีหน้าของฝรั่งหัวแดงต่างมีทีท่ากังวลมากขึ้น เพราะอีกคนความหวังของไทย และเอเชีย ทั้งปกรณ์ และนาวีน ต่างยังมีสิทธิ์ลุ้นเข้าชิงอีกคน แอนดรู เพอร์รี่ และเจมส์ เครมเมอร์ ยังมีพลังพอจะเบียดกับปกรณ์ และนาวีนในอีก 4 เกมสุดท้าย และเมื่อเกมผ่านมาถึงเกมที่ 24 เกมสุดท้าย กลายเป็นว่ามีเหลือลุ้นกันสามคน คือ แอนดรู ปกรณ์ และเจมส์ โดยปกรณ์กระโดดมารั้งอันดับสอง แอนดรูที่สาม และเจมส์ที่สี่ และการประกบคู่ในเกมสุดท้ายจะเป็น แอนดรูจะเล่นกับภาณุพล และปกรณ์ จะเล่นกันเจมส์ หากปกรณ์ชนะก็จะเข้าชิงทันที ไม่ว่าผลของแอนดรูจะเป็นอย่างไร แต่หากปกรณ์ แพ้ แอนดรูชนะเขาจะเข้าชิง แต่ถ้าแพ้ เจมส์จะเข้าชิงแทน ส่วนภาณุพลไม่ว่าผลออกอย่างไรก็เข้าชิงในฐานะที่หนึ่งแน่นอน
ประวัติศาสตร์ของโลกเกมกีฬาต่อศัพท์อาจไม่บันทึกเพียงว่าเป็นคนไทยคนเอเชียคนแรกเข้าชิงแชมป์โลก อาจจะต้องเพิ่มเติมไปว่าเป็นครั้งแรกที่ไทยจะเข้าชิงชนะเลิศกันเอง และแน่นอนจะมีเป็นคนไทยที่ได้เป็นแชมป์โลกและรองแชมป์โลกครั้งแรกอย่างแน่นอน ความพยายามของอังกฤษและอเมริกาดูจะยากกว่าไทยแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างลุ้นกันสุดตัว เกมเปิดฉากทั้งสองโต๊ะเป็นไปแบบสูสี นานาชาติมุงเต็มไปหมด กรรมการเริ่มแสดงความลำเอียงที่กันไม่ให้เอเชียเข้าไปดูใกล้ๆ ขณะที่บรรดาหัวแดงแวบเข้าไปดูได้ใกล้ชิดกว่า Tournament Director ดร.วิลมา จากออสเตรเลีย ดูจะเข้าใจปัญหา ถึงได้เป็นเอาผลคะแนนแต่ละตามาบอกกับทีมไทยเราให้ลุ้นระทึก คู่ภาณุพล จะเล่นเร็วกว่าคู่ปกรณ์ ที่เจ้าตัวแพ้ไม่ได้หากต้องการจะเข้าชิง
เกมดำเนินไปแบบสุดระทึก แต้มเบียดกันแบบสุดๆ ผู้ชมได้แต่นั่งเดาไปมา ใครลงหมดแป้นทั้ง 7 ตัวเบี้ยก็หมายถึงได้บิงโก ได้คะแนนพิเศษอีก 50 แต้ม คู่ภาณุพลทำท่าจะจบลงอย่างรวดเร็วและสูสี ก่อนที่จะรู้ผลว่า แอนดรูเฉือนชนะภาณุพลไปแบบหวุดหวิด พร้อมจะไปลุ้นผลคู่ปกรณ์ทันที คู่ปกรณ์กับเจมส์ ต่างเล่นกันแบบไม่สนใจผลเกมอื่นๆ ทั้งคู่มีคะแนนสูสีตั้งแต่ต้น มีรายงานเป็นระยะว่าปกรณ์มีแต้มนำนิดๆ แต่เจมส์มาได้บิงโกช่วงท้ายทำให้เกมทำท่าจะพลิก เจมส์ดูเหมือนจะมีคะแนนนำ ขณะที่ปกรณ์ กลับเป็นฝ่ายลงอยู่ข้างเดียวหลังจากนั้น เท่านี้สิงห์สังเวียนทั้งหลายก็รู้ว่าเจมส์ติดตัว ""Q"" แหงๆ เวลาจากนาฬิกาทั้งสองฝ่ายเหลือให้คิดเพียงหลักวินาที ปกรณ์ ใส่ไม่ยั้งเพราะไม่มีเวลาเหลือให้คิด กองเชียร์ทั้งสองฝ่ายทนไม่ไหววิ่งเข้าไปรุมดู ฝ่ายเจมส์นั่งนิ่งสุขุม แต่ถือตัว ""Q"" กับ ตัว ""R"" ที่ติดลบเล่นไม่ได้ไว้ในมือ ส่วนปกรณ์หน้าซีดเผือด เมื่อถามว่าใครชนะทั้งสองฝ่ายกลับตอบว่าไม่รู้ ขณะที่กรรมการให้ทวนแต้ม ทันทีที่ผลออกมาว่าปกรณ์ชนะ 12 แต้ม จากคะแนนติดลบตัว ""Q "" ทันใดนั้นเจ้าตัวถึงกับน้ำตาคลอพร้อมกับเสียงปรบมือยินดีจากทั่วสนาม และนั่นเป็นสัญญาณให้รู้ว่า คนไทย พูดภาษาไทย เป็นแชมป์โลกต่อศัพท์ภาษาอังกฤษซะแล้ว และยังได้ โกมล ปัญญาโสภณเลิศ ติดอันดับที่ 6 อีกคน กรรมการจากอังกฤษต่างนึกไม่ถึงว่าผลจะออกมาแบบนี้ แม้จะผิดหวังแต่เขายังมีน้ำใจนักกีฬาที่เข้ามาแสดงความยินดีกับนักกีฬาไทยเรา .. ผลจากงานนี้ไม่ว่าคนภายนอกจะรับรู้ถึงความสำเร็จและยิ่งใหญ่ได้แค่ไหน แต่ผู้คนในวงการทั้งโลก และสื่อจากนานาชาติต่างปรบมือชื่นชมและยกย่องกันอย่างยิ่งใหญ่ชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน คนไทยทำได้อย่างไรกัน ทำให้คนไทยพูดได้ทั่วโลกว่าเก่งที่สุดของเกมกีฬาต่อศัพท์ภาษาอังกฤษ แม้ว่ารอบชิงชนะเลิศจะจบด้วยความพ่ายแพ้อย่างหวุดหวิดของปกรณ์ 3-2 เกม กับคำศัพท์บิงโกที่น่าประทับใจจากภาณุพล คือ Rumblers (ผู้ทำเสียงดัง) และ Endnote (หมายเหตุที่อยู่หลังแบบเรียน) ของปกรณ์ แต่ปกรณ์ก็ไม่ได้ผิดหวังอะไรสำหรับตำแหน่งรองแชมป์โลก นั่นก็เพราะว่าหมายถึงความสำเร็จของยอดนักต่อศัพท์ดาวรุ่งอีกคนของไทยที่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย


0 comments:
Post a Comment